"Contradictin"

posted on 04 Feb 2009 17:21 by love-act-tually
   
   เมื่อเช้าวิทยุชุมชนเปิดเพลง"ตื่นเถิดชาวไทย"  ซึ่งเป็นเหตุให้ผู้เขียนที่หลับไหลและแทบจะหลับลึก  มีอันต้องตื่นขึ้น  แต่ท้้ง ๆ ที่ลืมตาแล้ว  ผู้เขียนก็ยังคงนอนอยู่บนโซฟาตัวเดิม ทั้งนี้เพราะมีรสนิยมชื่นชอบเพลงเก่า  ไม่ว่าจะเป็นสุรพล สมบัติเจริญ  , จรัล  มโนเพ็ชร   ,บ๊อบ  ดีแลน   , จอห์นี่  แคช  , เรย์  ชาร์ล   ,แฟรงค์   ซิเนตร้า  เลยรู้สึกมีความสุขเป็นพิเศษกับการฟังเพลง"ตื่นเถิดชาวไทย" แม้ว่าจะโดนปลุกเพราะเพลงนี้ก็ตาม  ถัดจากเพลงนี้  วิทยุชุมชนเอาใจขาย้อนยุคกันต่อ  ด้วยการเปิดเพลง "รักกันไว้เถิด"    เล่นเอาไม่อยากลุกจากโซฟาเลย
   อืม.. ที่จริงไอ้การเปิดเพลงนี่มันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องที่จะเอามาเขียนลงบล็อกวันนี้หรอก   --  แต่เห็นว่าเพลงรักกันไว้เถิดมันมีเอี่ยวนิด ๆ เลยเอามาอินโทรลไปงั้น
   (อะไรของมัน  !?!)
 
----
   ทุกวันนี้ความขัดแย้งถูกปลูกฝังให้กลายเป็นเรื่องธรรมดาสามัญไปเสียแล้ว
   เราเปิดทีวีดูละครหลังข่าว    ก็เห็นแม่ยายขัดแย้งกับลูกสะใภ้
   เปิดดูบอลยูโร   ก็เห็นนักพากษ์รุ่นใหม่ขัดแย้งกับนักพากษ์รุ่นเก่า
   เปิดดูอภิปราย   ก็เห็นผ่ายค้านขัดแย้งกับฝ่ายรัฐฯ
 
   สิ่งเหล่านี้มีให้เราเห็นทุกเมื่อเชื่อวัน  จนเราแทบชาชิน
 
   บางทีความขัดแย้งก็เกิดขึ้นจากการสื่อสารที่ผิดพลาดจากผู้ส่งไปยังผู้รับสาร
   - พนักงานบางคนที่ใส่กางเกงยีนส์ขาด ๆ ไปทำงาน  อาจขัดแย้งกับฝ่ายบุคคล  (-- "จะขาดก็ขาดให้มันเรียบร้อยหน่อย"  -- เค้าว่ามางั้น  ) เพียงเพราะต้องการสื่อเป็นนัย ๆว่า  "ก็ขึันเงินเดือนให้(กู)ซักทีสิ (โว้ย)  จะได้มีปัญญาไปซื้อกางเกงใหม่"
   บางทีก็อาจมีสาเหตุมาจากการสร้างสรรค์ของธรรมชาติและพันธุกรรม
   - อดีตนายกรัฐมนตรีบางท่านที่ดันเกิดมามีหน้าทรงเหลี่ยมก็สามารถสร้างความขัดแย้งให้กับผู้ที่รักทรงกลมและทรงรี
   และ..
   จุดเริ่มของความขัดแย้งนั้น  ก็อาจเริ่มจากจุดเล็ก ๆ  , มุมเล็ก ๆ  ,  สถานที่เล็ก ๆ    หรือแม้กระทั่งภายใต้จิตสำนึกของตน
   - เด็กหนุ่มคนหนึ่งอาจยืนอยู่หน้ากระจกและพบความขัดแย้งในตัวเอง  -- เวร!  ตกลงกูจะเป็นชายรึหญิงดีวะ
   หรือใครเล่าจะเชื่อได้ว่า
   แค่ปมภายในจิตใจที่เกลียดยิวอย่างหนัก  จะทำให้ฮิตเลอร์เป็นฉนวนสร้างสงครามโลกครั้งที่สองให้เกิดขึ้น  ทำให้ทั้งยิว  และไม่ยิว  ต่างถูกซิวกันเป็นทิวแถว  (โปรดสังเกตคำคล้องที่เอามาจอง  ...โอ้ว) กลายเป็นความขัดแย้งระดับโลกที่เปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ไปตลอดกาล
 
  ไม่ว่าจะอย่างไร หรือ ด้วยสาเหตุใดก็ตาม
   ความขัดแย้ง
   ความขัดแย้ง
   ความขัดแย้ง..
   ตั้งแต่ลืมตาดูโลก  มนุษย์เราก็พบกับความขัดแย้งมานับไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว
 
   แต่ทุกสิ่งย่อมมีด้านที่แตกต่างเสมอ
   ในขณะที่ความขัดแย้งทำให้พนักงานบางคนต้องโดนด่า  หรืออาจเป็นต้นตอของการเข่นฆ่าชาวยิวนับพันนับแสน   ซึ่งเรามองว่านี่คือความขัดแย้งที่เป็นด้านลบ
   กลับกัน..
   ความขัดแย้งคำเดียวกันนั้นเอง ก็ก่อเกิดอะไรที่เป็นด้านบวกด้วย
   มันเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างสรรค์      การจินตนาการ    ความคิดแปลกใหม่    การเรียนรู้     และการยอมรับ   
   ทำให้โลกได้พบกับ
   ไอแซกซ์  นิวตัน    (ทฤษฎีแรงโน้มถ่วง)   ซึ่งเป็นที่มาของคลื่นลูกที่หนึ่ง
   อัลเบิร์ต  ไอน์สไตน์  (ทฤษฎีสัมพัทภาพ)  ซึ่งเป็นที่มาของคลื่นลูกที่สอง  
   มาร์ค  พลังค์
   มหาตมะ   คานธี
   ดาไลลามะ
   มาร์ติน  ลูเธอร์  คิง
   รูดเวลล์
   มิกัลเองเจลโล   อันโตนิโอนี
   เดอะ  บีทเทิล
   บ๊อบ  ดีแลน   (อันนี้ส่วนตัวไปนิด)
   ...
   ฯลฯ
   และเป็นพลังให้โลกได้ขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดนิ่ง  
   ก่อให้เกิดการพัฒนา  และ  วิวัฒนา
  
   นี่เอง..ที่ทำให้ผู้เขียนรู้สึกเศร้าอยู่ไม่น้อย
   ณ  ปัจจุบันที่เทคโนโลยีทำให้โลกของเราเปิดกว้างมากขึ้น 
   ความขัดแย้งกลับถูกจำกัดให้อยู่ในกรอบสี่เหลี่ยม  (อา.. ใครบางคนอาจแย้งว่าเป็นกรอบทรงกลม)  ที่คับแคบลงไปทุกที
   มันเป็นกรอบแคบ ๆ
   ที่เรียกว่า"ความรุนแรง"
 
   เป็นไปได้หรือไม่ว่า
   เพราะโลกเราเดินเร็วไป
   คนจึงไม่ทันหยุดคิดให้ช้าลง ?
   

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

โลกเราเดินเร็ว
คนไม่ทันหยุดคิด
และ คนอย่างเราเช่นกัน ที่นอกจากไม่ทันหยุดคิดแล้ว ยังหยุดเดินด้วย

ชอบเอนทรี่นี้จัง

นี่มันเอนทรี่ตกสำรวจชัดๆ Hot!

#1 By R O C K on 2010-03-12 17:07